You're Here : Home บทความ ชั้นวางสินค้า การออกแบบ และ ตกแต่งร้านค้า (ตอนที่1)
การออกแบบ และ ตกแต่งร้านค้า (ตอนที่1) PDF พิมพ์ อีเมล

 

        ในมุมมองของการออกแบบและ ตกแต่งร้านค้า ที่ดี นั้นจำเป็นต้องมีดีไซน์(Design) ดีไซน์ ในที่นี้หมายถึง ทุกอย่างที่ลูกค้ารับรู้ สัมผัสได้ว่าร้านค้าเป็นอย่างไรทั้งจากสภาพภายนอกร้านค้า (Exterior design) และสภาพภายในร้านค้า (Interior design)

 

สภาพภายนอกร้านค้า (Exterior design)

             สำหรับสภาพภายนอกร้านค้านั้น สิ่งที่ผู้ค้าปลีกจะต้องให้ความสนใจ ของร้านค้าปลีกก็คือ การที่ผู้บริโภคจะเข้าร้านใดก็ตาม ก็จะพิจารณาถึงสภาพภายนอกของร้านค้าปลีกเป็นประการแรกก่อน ผู้ค้าปลีกจึงต้องเข้าใจพฤติกรรมดังกล่าวของผู้บริโภค เพื่อจะปรับสภาพภายนอกของร้านให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ค้าปลีกจะสามารถดึงดูดลูกค้าได้มาก สภาพภายนอกของร้านค้าปลีกที่ต้องพิจารณาประกอบด้วย ป้ายหน้าร้าน (signing) ทางเข้าร้าน (entrance) หน้าต่างโชว์หรือกระจกหน้าร้าน (display window) และภาพรวม ทั้งหมดของร้าน (overall appearance)

           1. ป้ายหน้าร้าน สำหรับป้ายหน้าร้านของร้านค้าปลีกแต่ละแห่งจะบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของร้านค้าปลีก นั้นๆ โดยทั่วไปป้ายหน้าร้านจะประกอบด้วยชื่อร้าน และเครื่องหมายสัญลักษณ์ (logo) ของร้าน เช่น ร้านแฮมเบอเกอร์แมคโดนัลด์ จะมีสัญลักษณ์ รูปโค้งคล้ายรุ้งสีทองและตัวการ์ตูนรอดเจอร์อยู่หน้าร้าน หรือร้านค้าไก่ทอดเคนตั๊กกี้ ก็จะมีชื่อ KFC พร้อม แถบสีขาว-แดง พร้อมด้วยหุ่นรูปผู้พันยืนอยู่หน้าร้าน หรือถ้าเห็นร้านค้าที่มีแถบสีแดง-เขียว-ส้ม พร้อมกับชื่อ 7-ELEVEN ก็เป็นที่แน่ใจได้ว่าร้านคือ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ป้ายหน้าร้านจึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของร้านค้าปลีกแต่ละร้าน

            - การตั้งชื่อร้านค้า ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ค้าปลีกไม่ควรจะละเลย เพราะการตั้งชื่อร้านเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะสะท้อนถึงตำแหน่งของร้านค้า (positioning) ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายและประเภทของบริการ หากจะเปิดร้านเบเกอรี่ที่มีคุณภาพรองรับลูกค้าระดับสูงก็ไม่ควรตั้งชื่ออาทิ “ สมควรเบเกอรี่ ” ควรจะ เป็นชื่อที่ทันสมัยและเป็นภาษาต่างประเทศทางยุโรปจะเหมาะกว่า หรือหากเป็นร้านค้าของเก่าโบราณก็ไม่ควรทำป้ายชื่อร้านและเครื่องหมาย สัญลักษณ์หรือโลโก้ให้ดูทันสมัย แต่หากเป็นร้านขายเส้อผ้าเด็กก็ควรทำให้ดูสดใส ใช้ชื่อที่ดูแล้วจุ๋มจิ๋มน่ารัก เป็นต้น การใช้สถานที่หรือชื่อถนนมาตั้งเป็นชื่อร้านก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เช่น ร้านสีลมสโตร์ เพระาหากร้านค้า มีความจำเป็นต้องขยายสาขาไปยังที่อื่น ก็จะทำให้เกิดความสับสนแก่ลูกค้าได้ เช่น ร้านสีลม สาขาปิ่นเกล้า

             2. ทางเข้าร้านค้า หน้าร้านมักจะเป็นหน้าตาของร้านและ เป็นฝ่ายขายของร้าน ฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับหน้าร้านมากเป็นพิเศษ เพราะการตกแต่งภายนอกก็จะดึงดูดใจผู้พบเห็นโดยการแสดงออกถึงลักษณะเฉพาะ กิจการ ลักษณะของกิจกรรมภายในร้านด้วย ประตูทางเข้าร้านร้านค้าควรจะกว้างพอที่ผู้บริโภคจะเดินผ่านไปมาได้อย่าง สะดวก ประดูทางเข้าร้านถ้าเป็นไปได้สำหรับร้านค้าขนาดย่อมควรมีทางเดียว ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการควบคุมการสูญหาย หากร้านค้าปลีกบางแห่งตั้งอยู่หัวมุมถนน หรือหน้าปากซอยซึ่งสามารถเปิดประตูเข้าได้ทั้ง 2 ด้าน ให้พิจารณาด้านที่มีผู้คนสัญจรไปมามากที่สุดเป็นประตูทางเข้าหลัก ( main entrance ) การที่จะเปิดประตูทั้งสองด้าน นอกจากจะควบคุมดูแลยากแล้ว ยังทำให้เกิดความลำบากในการวางผังร้านเพื่อให้การสัญจรภายในร้านค้า ( traffic pattern ) เป็นไปตามที่ต้องการ ตำแหน่งที่ตั้งแคชเชียร์เพื่อเก็บเงินหรือคิดเงินลูกค้า ควรตั้งอยู่บริเวณที่สามารถมองประตูเข้าออกได้ชัดเจน ไม่มสิ่งใดมาบดบงทัศนวิสัยของแคชเชียร์ สำหรับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หรือซุปเปอร์มาร์เก็ต สามารถกำหนดทางเข้าออกหลายด้าน หรือกำหนดทางเข้าด้านหนึ่งออกด้านหนึ่ง ทั้งนี้เพราะห้างขนาดใหญ่สามารถจ้างพนักงานจำนวนมาช่วยดูแลได้และช่วยให้การ สัญจรภายในร้านค้าแก่ผู้บริโภคสะดวกขึ้น

              3. หน้าต่างโชว์ การใช้หน้าต่างเป็นที่โชว์สินค้าเป็นที่นิยมกันในยุคปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นดวงตาของร้านค้า จากการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่าร้อยละ 32 ของผู้หญิงจะให้ความสนใจมองหน้าต่างร้านค้า ส่วนอีกร้อยละ 40 จะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เลยทีเดียว ฉะนั้นลักษณะของการจัดแสดงสินค้าและชนิดของสินค้าที่นำมาแสดงจะมีผลทำให้คน เข้าร้านหรือไม่เข้าร้านได้ ร้านค้าแต่ละประเภทจึงมีการจัดหน้าต่างโชว์ในลักษณะต่างๆตามความเหมาะสม

 

(คลิก ติดตามต่อ ตอนที่ 2)

Comments (0)Add Comment

Write comment

security code
Write the displayed characters


busy
 

สินค้า Hot ล่าสุด

ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 150 cm แบบแผ่นชั้น
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 150 cm แบบแผ่นชั้น
2,022.00 บาท
1,800.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 222.00 บาท



ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังตะแก
ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น (หลังตะแก
3,064.00 บาท
2,700.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 364.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว รุ่นประหยัด 90x120 ซม.
ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว รุ่นประหยัด 90x120 ซม.
1,892.00 บาท
1,655.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 237.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 180 cm แบบแผ่นชั้น
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 180 cm แบบแผ่นชั้น
2,423.00 บาท
2,100.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 323.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น หลังตะแ
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบแผ่นชั้น หลังตะแ
1,876.00 บาท
1,600.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 276.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบตะกร้า(หลังตะแก
ชั้นวางสินค้า หน้าเดี่ยว ขนาด L x 90 x 120 cm แบบตะกร้า(หลังตะแก
1,876.00 บาท
1,600.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 276.00 บาท



ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว รุ่นประหยัด 70x120 ซม.
ชั้นวางสินค้า หน้าเดียว รุ่นประหยัด 70x120 ซม.
1,658.00 บาท
1,480.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 178.00 บาท



ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบตะกร้า(หลังตะแกรง)
ชั้นวางสินค้า สองหน้า ขนาด T x 90 x 120 cm แบบตะกร้า(หลังตะแกรง)
3,064.00 บาท
2,700.00 บาท
ท่านประหยัดได้: 364.00 บาท



สถิติการใช้งานเว็บไซต์

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday45
mod_vvisit_counterYesterday531
mod_vvisit_counterThis week1797
mod_vvisit_counterLast week1728
mod_vvisit_counterThis month6024
mod_vvisit_counterLast month10123
mod_vvisit_counterAll days985838

Online (20 minutes ago): 8
Your IP: 54.198.164.83
,
Today: 19 เม.ย. 2018